เกษตรรุ่นใหม่นยุคชาวนารุ่นสุดท้าย

วิถีคนทำงานแบบเอ็นจีโอกับอนาคตการพึ่งตนเองของคนทำงาน และการวิเคราะห์การเรียนรู้  สู่การวางแผนชีวิตตนเอง

 กิจกรรมในส่วนนี้ได้แก่ การแลกเปลี่ยนกันฉันท์พี่น้อง คุยกับลุงโชคเจ้าของสถานที่ และพี่ๆเอ็นจีโอที่เริ่มมีชีวิตทำงานควบคู่กับการทำเกษตรแบบยั่งยืน แลกเปลี่ยนแนวคิดการพึ่งตนเองกับการทำงานเพื่อสังคมว่า “ไปกันได้หรือไม่?”  และทบทวนตัวเอง วางแผนการทำงาน การดำเนินชีวิต รวมทั้งข้อเสนอต่อการสนับสนุนเชื่อมร้อยเครือข่ายกันและกัน

งานอบรมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของสององกรค์หลัก ได้แก่ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งประเทศไทย โดยมีทิศทางในการพัฒนายกระดับการจัดการความรู้ขึ้นเป็นสถาบันเกษตรกรรมยั่งยืนในอนาคต ร่วมกับศูนย์พัฒนาเกษตรอินทรีย์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในการจัดทำโครงการ “สืบสานต้นกล้าเกษตรกรมยั่งยืน” เพื่อเป็นหลักสูตรนำร่องในการพัฒนาให้เกิดการจัดการเรียนรู้สู่สังคม

บทสรุปของการเข้าร่วมอบรมทั้ง 4 วันนี้ ในช่วงท้ายซึ่งทางวิทยากรกระบวนการได้เปิดโอกาสได้พูดถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับในการมาเข้าร่วมอบรม ผู้เข้าร่วมได้กล่าวถึงบทส่งท้ายก่อนกลับที่แตกต่างหลากหลายกัน เช่น 

“การมาร่วมงานครั้งนี้ได้ประโยชน์มาก เพราะสามารถนำเอาแนวคิดและเทคนิคที่ได้มาใช้กับพื้นที่ ซึ่งไม่กี่เดือนเคยเกิดภาวะน้ำท่วม เพราะประเด็นวิเคราะห์ของการฝึกอบรม ทำให้สามารถหยิบไปใช้ชวนชุมชนร่วมกันสืบสาวราวเรื่องของต้นสายปลายเหตุของการเกิดภัยธรรมชาติในพื้นที่ชุมชนได้”  ทิพ จ.นครศรีธรรมราช  “ ผมคิดว่าความรู้ด้าน เอดส์ด้านเพศ มีความเกี่ยวข้องกับงานทางด้านเกษตร ซึ่งหากไม่พิจารณาอย่างเชื่อมโยงอาจจะไม่เห็น คนทำงานด้านเกษตรก็ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เรื่องการมีเพศสัมพันธ์” ชัย เครือข่ายคนทำงานเอดส์  “ตอนนี้กำลังขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวกับลุ่มน้ำ และวิถีชีวิตของชุมชน การได้นำเอาความรู้ ทางด้านเกษตรอินทรีย์และการคิด วิเคราะห์ เชิงโครงสร้าง ไปใช้ร่วมด้วย ทำให้การขับเคลื่อนงานเกิดการเติมเต็มมีมุมกว้างมากขึ้น” กัน จ.ปราจีนบุรี“คงนำความรู้และเทคนิคด้านการเกษตรไปใช้กับชีวิต ซึ่งได้วางแผนไว้ว่าคงไปมีกิจกรรมกับแปลงของตัวเอง และพึ่งตัวเองให้ได้มากที่สุด”  สยาม  จ.ยโสธร

หลากสีสัน หลากความคิด หลากประสบการณ์ มารวมเป็นกระแสธารทางความคิด และเป้าหมายการมีชีวิตพึ่งตนเองแบบวิถีเกษตรกรรม แม้ท่ามกลางแวดล้อมของโลกาภิวัตน์ ความทันสมัย ที่คนต่างเร่งรีบ สะดวกใช้ สะดวกกิน มีบรรษัท บริษัทผูกขาดและกำหนดราคาสินค้า ฯลฯ คนทำงานด้านพัฒนาชุมชน ไม่ต่างจากผู้คนทั่วไปที่ส่วนมากยังดำรงอยู่ท่ามวงเวียนเหล่านี้  การค้นหาเพื่อเป็นอิสระจากประเด็นทุกข์  ย่อมเป็นการสร้างความสุขให้กับตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน เพราะเป็นการพัฒนาที่มีฐานมั่นคงเริ่มจากความคิดด้านในของตนเอง สู่การปฏิบัติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *