หอมกลิ่นข้าวพื้นบ้าน เรื่องเล่าจาก จ.ยโสธร

ไทบ้าน + กระบวนการทดลองทางวิทยาศาสตร์

                 ไม่ยากเลยหากไทบ้านเกิดการรวมกลุ่มกัน แล้วเห็นถึงปัญหาที่ต้องเผชิญร่วมกัน ซึ่งในที่นี่ก็คือ การต้องการพึ่งตนเองด้านเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากทุกวันนี้ชาวนาไม่สามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์ด้วยตนเอง จำเป็นต้องซื้อจากภายนอก ทั้งๆที่สมัยบรรพบุรุษเราเคยเก็บเมล็ดพันธุ์ได้เอง เคยเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตเอง ทุกวันนี้ยิ่งทำนาก็ยิ่งจน ยิ่งเจ็บ จนจากราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น เจ็บจากสารเคมีตกค้างในร่างกายในกระบวนการเพาะปลูก จึงหันมารื้อฟื้นพันธุ์ข้าวพื้นบ้านของชุมชน รวมตัวกันศึกษาลักษณะสายพันธุ์ในแปลงนารวมตามหลักกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนและนักวิชาการจากกรมการ ข้าวมาคอยเป็นพี่เลี้ยง

                 จากการทำการทดลองร่วมกันมาจนถึงทุกวันนี้กลุ่มไทบ้านเริ่มค้นพบข้าวที่เหมาะ สมกับลักษณะนิเวศ ตามลักษณะของข้าวแต่ละชนิด เช่น ข้าวขาวใหญ่ เป็นข้าวหนัก ต้นสูง เมล็ดใหญ่ ข้าวแสนสบาย เมล็ดยาว ถอนกล้าง่าย ข้าวหม่วยหินเป็นข้าวเบา เมล็ดเล็ก เป็นต้น แถมยังได้ข้าวที่เหมาะสมกับการบริโภคภายในครอบครัวตนเอง ที่แต่ละคนมีความชอบที่ต่างกัน ทั้งด้านความนิ่ม ความหอม และการจัดการแรงงานภายในครอบครัว ทุกวันนี้ชาวนาเริ่มกลับมารู้จักข้าวของตนเองมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ข้าวเคยถูกส่งมาจากภายนอกวันนี้ชาวนาจะเป็นผู้ส่งต่อเมล็ดพันธุ์ และความรู้ระหว่างกันและกัน

                 แปลงนารวมในวันนี้เป็นเหมือนแหล่งรวมความรู้ พื้นที่ในการแลกเปลี่ยน พื้นที่แห่งศักดิ์ศรีของชาวนาเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคนตัวเล็กๆก็สามารถทำการทดลองโดยใช้ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้ ผู้ที่หันกลับคืนสู่วิถีแห่งธรรมชาติไม่ได้เป็นแค่ผีบ้า ในสายตาของคนรอบข้างอีกต่อไป เป็นพื้นที่เชิงประจักษ์ แห่งการต่อสู่ของกลุ่มนักอนุรักษ์ ปรับปรุงและพัฒนาพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภูมินิเวศยโสธร ในการปลูกข้าวพื้นบ้านโดยมิต้องพึ่งปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรชนิดใด

                ข้าวเบาบางสายพันธุ์อย่างนางหก หม่วยหิน เริ่มถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว ข้าวกลางอย่าง นางนวล แสนสบาย มะลิแดง ข้าวก่ำ เริ่มใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว ข้าวขาวใหญ่ ข้าวเหนียวแดง กำลังชูรวงผลิดอกอวดสายตาอยู่เบื้องหน้า นี่คงเป็นไม่กี่ครั้งที่ฉันสามารถเห็นดอกข้าว เกสรสีเหลืองนวล ที่พร้อมจะเติบโตเป็นเมล็ด แล้วจะมีคนกินข้าวสักกี่คนนะที่มีโอกาสได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งท้องทุ่ง อย่างที่ฉันได้เห็นพร้อมกลิ่นหอมแห่งข้าวพื้นบ้านอินทรีย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *