การคัดแยกขยะในชุมชน เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

         เนื่องจากปัจจุบันในชุมชนบ้านแม่พริกลุ่มและชุมชนใกล้เคียงมีการใช้ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก และขยะประเภทอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ประกอบกับการจัดการขยะที่ยังขาดความตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชน จนทำให้ปัญหาด้านขยะที่มีการสะสมมาเป็นระยะเวลานานนั้น เกิดมลพิษ ส่งกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และแมลงพาหะนำโรค และที่สำคัญประชาชนในชุมชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะและการคัดแยกขยะ

          ทางชุมชนจึงมีความคิดอยากจะแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะในชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชนในการคัดแยกขยะให้ถูกต้อง กลุ่มเป้าหมายคือเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และประชาชนชุมชนบ้านแม่พริกลุ่ม ส่วนอีกกิจกรรมหนึ่ง คือ การทำถังหมักรักษ์โลก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเริ่มต้นนำอุปกรณ์ไปใช้ในการจัดการขยะที่บ้านได้ทันทีและมีประสิทธิภาพ

          ถังหมักรักษ์โลก (Green Cone) ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในประเทศแคนาดา โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อจัดการกับขยะอินทรีย์ที่เหลือจากครัวเรือน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค หรือไปปนเปื้อนกับขยะอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อีกทั้งยังได้ประโยชน์ในเรื่องของธาตุอาหารที่เป็นผลพลอยได้ใช้ในการปรับปรุงดิน ทำให้ดินมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

          วัสดุที่ใช้ในการทำถังหมักรักษ์โลก
                   1. ตะกร้า 1 ใบ
                   2. ถังพลาสติก 2 ใบ (ขนาดเล็ก1 ใบ และขนาดใหญ่ 1 ใบ)

          วิธีการทำถังหมักรักษ์โลก

  1. คว่ำถังพลาสติกขนาดเล็กลงในตะกร้า โดยให้มีความลึกลงไปจากปากตะกร้าประมาณ 5 -10 เซนติเมตร โดยจะต้องเหลือช่องของตะกร้าขึ้นมาจากปากถังที่คว่ำลงไป ประมาณ 2 ช่อง จากนั้นทำการตัดก้นถังพลาสติกใบเล็กออก
  2. คว่ำถังพลาสติกขนาดใหญ่ลงบนปากตะกร้าให้พอดี จากนั้นนำเชือกมาผูกมัดให้ติดกัน ตัดก้นถังใบใหญ่ออกและส่วนที่ตัดออกนำมาทำเป็นฝาปิด

          การติดตั้งถังหมักรักษ์โลก

  1. เลือกพื้นที่ติดตั้งถังหมักรักษ์โลก โดยเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดเวลา ไม่ควรอยู่ใต้ร่มเงาไม้ หรือแสงแดดรำไร
  2. ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าตะกร้า และมีความลึกมากกว่ารอยต่อของตะกร้าและถังพลาสติกใบใหญ่เมื่อวางลงไป
  3. นำถังหมักรักษ์โลกที่ทำการประกอบเสร็จเรียบร้อยวางลงไปกลางหลุมที่ขุดไว้ และกลบด้วยดินที่ขุดขึ้นมา โดยการกลบจะต้องกลบแบบหลวมๆ ไม่อัดดินให้แน่น
  4. จากนั้นก็นำเศษอาหารที่เหลือจากครัวเรือนมาเทใส่ถัง โดยระมัดระวังไม่ให้เศษอาหารตกเข้าไปในช่องระหว่างถังพลาสติกใบเล็กและถังพลาสติกใบใหญ่

          หลักการทำงาน

  • ถังหมักรักษ์โลกเป็นการใช้ประโยชน์จากกลุ่มจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ภายในดินที่มีอยู่เดิมมาทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ แต่หากบริเวณใดเป็นดินเสื่อมโทรมมีจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอยู่น้อยก็อาจจะเพิ่มจุลินทรีย์ โดยการเติมขี้วัว หรือเติมน้ำหมักชีวภาพรองพื้นตะกร้าก่อนเทเศษอาหาร
  • หลักการหมักจะเป็นการหมักโดยกระบวนการของจุลินทรีย์แบบใช้ก๊าซออกซิเจน ซึ่งจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นน้อยมากเมื่อเทียบกับการหมักแบบอื่นๆ ดังนั้นก๊าซออกซิเจนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับถังหมักรักษ์โลก การออกแบบถังจะมุ่งเน้นให้เกิดการหมุนเวียนถ่ายเทของอากาศ เพื่อให้ก๊าซออกซิเจนเดินทางเข้าสู่วัสดุหมักได้อย่างทั่วถึง โดยก๊าซออกซิเจนจะเข้าสู่ถังหมักได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านช่องว่างของดินที่กลบลงไปอย่างหลวมๆ รอบถัง และผ่านทางฝาปิดด้านบนเข้าไปในช่องว่างระหว่างถังเล็กและถังใหญ่
  • เมื่อแสงแดดส่องลงมา จะทำให้อุณหภูมิของอากาศภายในถังสูงขึ้น อากาศที่ถังด้านล่างจะยกตัวลอยสูงขึ้นด้านบน เกิดการดูดหมุนเวียนอากาศใหม่จากภายนอกเข้ามาแทนที่ ตัวถัง จึงมีออกซิเจนหมุนเวียนตลอดเวลา อีกทั้งช่องว่างระหว่างถังทั้ง 2 ใบเป็นฉนวนอากาศป้องกันความร้อนได้ดี ช่วยให้อุณหภูมิภายในถังหมักไม่สูงจนเกินไป ทำให้จุลินทีย์ที่ทำหน้าที่ในกระบวนการหมักยังคงมีชีวิตอยู่ได้
  • นอกจากนี้สัตว์ที่เป็นผู้ย่อยสลายขนาดเล็ก เช่น กิ้งกือและไส้เดือนดิน ยังสามารถเคลื่อนที่ผ่านรูตะแกรงของตะกร้า เพื่อเข้าไปย่อยสลายเศษอาหารได้อีกทางหนึ่งด้วย
  • ผลผลิตที่ได้จากถังหมักรักษ์โลก คือ ธาตุอาหารต่างๆ ที่เกิดจากกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์และสัตว์ในดินชนิดต่างๆ จะกระจายแพร่ลงสู่ดินบริเวณรอบๆ ถังหมัก ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
  • ดังนั้นการปลูกผักบริเวณรอบๆ ถังหมักรักษ์โลก จึงเป็นการปลูกต้นไม้โดยที่ไม่ต้องใส่ปุ๋ย เพียงแค่เรานำเศษอาหารเทเข้าไปในถังหมัก อาหารเหล่านั้นก็จะเกิดกระบวนการหมัก และเติมธาตุอาหารเข้าไปในดินโดยอัตโนมัติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *