อิสรภาพทางพันธุกรรม AB024-ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนา ทั้งหญิงและชาย ลาเวียคัมเปซินา ชาวนาทั่วโลกจำเป็นต้องมีอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา (มิถุนายน 2552)

Create PDF Recommend Print

AB024-ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนา ทั้งหญิงและชาย ลาเวียคัมเปซินา ชาวนาทั่วโลกจำเป็นต้องมีอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา (มิถุนายน 2552)

There are no translations available.

ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนา ทั้งหญิงและชาย

::: ลาเวียคัมเปซินา :::


   ชาวนาทั่วโลกจำเป็นต้องมีอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา

1. บทนำ
ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งในโลกนี้เป็นชาวนา แม้โลกที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ประชาชนก็ยังรับประทานอาหารที่ผลิตโดยชาวนา การเกษตรขนาดเล็กไม่ใช่เป็นเพียงกิจกรรรมทางการเกศตร หากแต่หมายถึงชีวิตสำหรับคนจำนวนมาก ความมั่นคงของประชากรขึ้นอยู่กับสวัสดิการของขาวนาและการเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อที่จะปกป้องชีวิตของมนุษย์ จึงเป็นการสำคัญที่จะเคารพ พิทักษ์และบรรลุถึงซึ่งสิทธิของชาวนา ที่จริงแล้วการละเมิดสิทธิชาวนาอย่างต่อเนื่องเป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์

2. การละเมิดสิทธิชาวนา
ชาวนานับล้านๆ คนถูกบังคับให้ออกจากไร่นาเนื่องจากนโยบายของรัฐและ/หรือการทหารทำให้การ แย่งชิงที่ดินเป็นไปโดยสะดวก ที่ดินหลุดมือขาวนาไปเพื่อการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือโครงการ สาธารณูปโภค อุตสาหกรรมที่มีการขุดเจาะเช่นเหมืองแร่ รีสอร์ทเพื่อการท่องเที่ยว เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซุเปอร์มาร์เก็ตและการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ผลก็คือที่ดินกระจุกตัวอยู่ในมือของคนจำนวนน้อยยิ่งขึ้น

รัฐละเลยภาคเกษตรและชาวนาได้รับรายได้ไม่เพียงพอจากการผลิตทางการเกษตร

การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อผลิตพืชพลังงานและเพื่อการอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนเพื่อประโยชน์ของธุรกิจการเกศครและทุนข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหายนะต่อป่า น้ำ สิ่งแวดล้อม และชีวิตทางเศรษฐกิจและสังคมของชาวนา

มีการใช้กำลังทหารและความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธมากขึ้นในเขตชนบท ซึ่งมีผลกระทบด้านการใช้สิทธิพลเมืองของชาวนาอย่างเต็มที่

พร้อมกับที่ชาวนาสูญเสียที่ดิน ชุมชนของพวกเขาก็สูญเสียการปกครองตนเอง อธิปไตยและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ในรูปแบบของพวกเขาไป

อาหารถูกใช้เพื่อการเก็งกำไรมากยิ่งขึ้น

การต่อสู้ของชาวนาถูกทำให้เป็นอาญชากรรม

ยังคงมีการใช้แรงงานทาส การบังคับใช้แรงงาน และแรงงานเด็กในเขตชนบท

สิทธิของสตรีและสิทธิของเด็กก็ได้รับผลกระทบมากที่สุด สตรีเป็นเหยื่อของความรุนแรงทางจิตใจ ทางกาย และทางเศรษฐกิจ พวกเขาถูกเลือกปฏิบัติในการเข้าถึงที่ดินแลปัจจัยการผลิต และไม่มีส่วนในการตัดสินใจ

ชาวนาสูญเสียเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไปจำนวนมาก ความหลากหลายทางชีวภาพก็ถูกทำลายงไป เพราะการใช้ปุ๋ยเคมี เมล็ดพันธุ์ลูกผสม และพันธุกรรมดัดแปลง ที่พัฒนาโดยบรรษัทข้ามชาติ

การเข้าถึงบริการทางสุขภาพและการศึกษากำลังลดลงในเขตชนบทและบทบาททางการเมืองของชาวนาในสังคมก็ถูกทำลาย

จากการละเมิดสิทธิชาวนาดังกล่าว ทุกวันนี้ ชาวนานับล้านๆ คน มีชีวิตอยู่อย่างหิวโหยและมีภาวะทุโภชนาการ ทั้งนี้มิใช่เป็นเพราะไม่มีอาหารเพียงพอในโลก แต่เป็นเพราะแหล่งอาหารถูกครอบงำโดยบรรษัทข้ามชาติ ชาวนาถูกลังคับให้ผลิตเพื่อการส่งออกแทนที่จะเป็นการผลิตอาหารสำหรับชุมชน ของตน

วิกฤติการในภาคการเกษตรทำให้เกิดการอพยพและการจากโยกย้ายที่อยู่จำนวนมาก และการที่ชาวนาและคนพื้นเมืองหายสาบสูญ

3. นโยบายเสรีนิยมสมัยใหม่ทำให้การละเมิดสิทธิชาวนาเลวร้ายลง
การละเมิดสิทธิชาวนากำลังเพิ่มสูงขึ้นเพราะการดำเนินนโยบานแนวเสรีนิยมใหม่ ที่สนับสนุนโดยองค์กรการค้าโลก ข้อตกลงการค้าเสรี และสถาบันอื่นๆ กับรัฐบาลหลายประเทศในซีกโลกเหนือและใต้ องค์กรการค้าโลก และข้อตกลงการค้าเสรี บังคับให้มีการเปิดตลาดและขัดขวางไม่ให้ประเทศต่างๆ ปกป้องและสนับสนุนการเกษตรในประเทศ และยังผลักดันให้เกิดการลดการควบคุมของรัฐในภาคการเกษตร

รัฐบาลในประเทศพัฒนาแล้วและบรรษัทข้ามชาติเป็น สาเหตุของวิธีปฏิบัติด้านการทุ่มตลาด อาหารที่มีราคาถูกการอุดหนุนของรัฐหลั่งไหลท่วมท้นตลาดท้องถิ่น ซึ่งเท่ากับบังคับให้ชาวนาหลุดออกไปจากธุรกิจ

องค์กรการค้าโลกและสถาบันอื่นๆ บังคับให้มีการนำมาซึ่งอาหารอย่างเช่น อาหารที่มีการปรับแต่งพันธุกรรม และการใช้ฮอร์โมนเร่งการเติบโตอย่างไม่ปลอดภัยในการผลิตเนื้อสัตว์ในขณะ เดียวกันก็ห้ามการทำตลาดของสินค้าเพื่อสุขภาพที่ผลิตโดยชาวนาโดยสร้าง อุปสรรคด้านสุขอนามัย

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ดำเนินโครงการปรับปรุงโครงสร้าง (Structural Adjustment Programs – SAPs) ซึ่งนำไปสู่การตัดเงินอุดหนุนสำหรับการเกษตรและบริการสังคม ประเทศต่างๆ ถูกบังคับให้ทำให้วิสาหกิจของรัฐเป็นของเอกชนและยกเลิกกลไกการสนับสนุนภาค เกษตร

นโยบายสำรับประเทศและนโยบบายด้านต่างประเทศให้ ความสำคัญต่อบรรษัทข้ามชาติ หรือการผลิตและการค้าอาหารทั้งทางตรงและทางอ้อม บรรษัทข้ามชาติเองก็มีการขโมยพันธุกรรม และการทำลายแหล่งพันธุกรรมกับความหลากหลายทางชีวภาพที่ชาวนาเพาะปลูกขึ้นมา ตรรกะของทุนนิยมว่าด้วยการสะสมได้ทำลายการเกษตรของชาวนา

4. การต่อสู้ของชาวนาเพื่อยืนยันและปกป้องสิทธิของตน
การที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงดังกล่าว ชาวนาทั่วโลกต่างก็กำลังดิ้นรนที่จะมีชีวิตอยู่ ชาวนานับพันๆ คน ทั่วโลกกำลังถูกจับกุมเพราะพวกเขาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิและการทำมาหากินของ ตน พวกเขาถูกนำตัวขึ้นสู่ศาลด้วยระบบยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม อีกทั้ง การสังหารหมู่ การฆ่าโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม การจับกุมและการกักขังตามอำเภอใจ การกลั่นแกล้งและการรังควานทางการเมือง เป็นเรื่องปกติธรรมดา

วิกฤติการด้านอาหารของโลกในปี 2551 ซึ่งถูกทำให้เร็วขึ้นและเลวร้ายลงโดยนโยบายและบรรษัทข้ามชาติ (ซึ่งกระทำการอย่างเป็นหนึ่งเดียวกันไปตามผลประโยชน์ส่วนตน) นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความล้มเหลวในการสนับสนุน การเคารพ การปกป้อง และการบรรลุถึงซึ่งสิทธิของชาวนา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งมวลในโลกทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา ในขณะที่ชาวนาได้ลงแรงอย่างหนักที่จะทำให้เรามั่นใจได้ในเมล็ดพันธุ์และ อาหารนั้น การละเมิดสิทธิชาวนาก็ทำลายความสามารถของโลกในการเลี้ยงตนเอง

การต่อสู้ของชาวนานั้นเข้ากันได้อย่างเต็มที่กับ แนวทางของสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทส ซึ่งรวมเครื่องมือและกลไกในประเด็นต่างๆ ของสภาสิทธิมนุษยชน ซึ่งกล่าวถึงสิทธิที่จะมีอาหาร สิทธิด้านที่อยู่อาศัย การเข้าถึงน้ำ สิทธิด้านสุขภาพ ผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน ชนพื้นเมือง ชาติพันธุนิยมและการดูหมิ่นเหยียดหยามทางเชื้อชาติ สิทธิสตรี เครื่องมือระหว่างประเทสขององค์การสหประชาชาติเหล่านี้ไม่ได้ครอบคลุมอย่าง สมบูรณ์ และยังไม่ได้ป้องกันการละเมิดสิทธิอีกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิชาวนา พวกเราเล็งเห็นถึงข้อจำกัดบางประการในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights-ICESCR) ในฐานที่จะเป็นเครื่องมือปกป้องสิทธิชาวนา เช่นเดียวกัน กฏบัตรว่าด้วยชาวนา ซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ออกในปี 2521 ไม่สามารถที่จะปกป้องชาวนาจากนโยบายเปิดเสรีนานาชาติได้ อนุสัญญานานาชาติอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิชาวนาด้วย ก็ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้เช่นกัน อนุสัญญาดังกล่าวรวมถึง อนุสัญญา ILO 169 วรรค 8-J อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ, ข้อ 14.60 วาระ 21 (Agenda 21) และพิธีสารคาร์ทาจีนา (Cartagena Protocol)

5. ชาวนาต้องการอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา
เนื่องจากข้อจำกัดของอนุสัญญาและมติต่างๆ ดังนั้นจึงมีความสำคัญที่จะสร้างเครื่องมือระดับนานาชาติอย่างหนึ่งขึ้นมา เพื่อให้เกิดการเคารพ ปกป้อง บรรลุถึง และยืนยันสิทธิของชาวนา กล่าวคือ อนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา (International Convention on the Rights of Peasants – ICRP) ขณะนี้มีอนุสัญญาที่ปกป้องกลุ่มคนที่ยังอ่อนแอ เช่นคนพื้นเมือง สตรี เด็ก และคนงานอพยพ อนุสัญญา ICRP นี้จะกล่าวถึงคุณค้าของสิทธิชาวนา ซึ่งจะรัฐบาลกับสถานันนานาชาติจะต้องเคารพ ปกป้อง และทำให้เป็นจริง อนุสัญญา ICRP จะผนวกไว้ด้วยพิธีสารที่เป็นข้อเลือก ซึ่งจะทำให้แน่ใจได้ว่าได้มีการนำไปใช้จริง

ในการประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยสิทธิชาวนาในเดือน เมษายน 2545 เวีย คัมเปซินาได้สร้าง “ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนา” โดยใช้กระบวนการกิจจรรมต่างๆ เช่นการอบรมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยสิทธิชาวนา ในเมืองเมดาน สุมาตราเหนือในปี 2543 การประชุมว่าด้วยการปฏิรูปการเกษตรที่จาการ์ตา เดือนเมษายน 2544 การประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยสิทธิชาวนาที่จาการ์ตา เดือนเมษายน 2545 และการประชุมนานาชาติของเวีย คัมเปซินา ซึ่งจัดที่จาการ์ตาเช่นกันเมื่อมิถุนายน 2551 เนื้อความของปฏิญญาได้ผนวกไว้กับเอกสารชิ้นนี้ด้วย เอกสารนี้ควรได้สร้างพื้นฐานให้กับ อนุสัญญา ICRP ซึ่งจะมีการปรับรายละเอียดต่อไปโดยองค์การสหประชาชาติ และเวีย คัมเปซินากับตัวแทนประชาสังคมต่างๆ จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

พวกเรารอคอยการสนับสนุนการประชาชนที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการต่อสู้ของชาวนา การสนับสนุนและปกป้องสิทธิของชาวนา


ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนา ทั้งหญิงและชาย
ชาวนาทั่วโลกจำเป็นต้องมีอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนา

ปฏิญญา
เพื่อรับรองว่าชาวนาทั้งหญิงและชาย เท่าเทียมกับประชาชนอื่นๆ ทั้งหมด การใช้สิทธิของพวกเขา จำเป็นต้องปลอดจากการเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ อันรวมถึงการเลือกปฏิบัติเพราะเผ่าพันธุ์ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดด้านการเมืองและด้านอื่นใด สัญญาติ หรือต้นกำเนิดทางสังคม ทรัพย์สิน ความมั่งคั่ง สถานะกำเนิดหรือสถานะอื่นใด

เพื่อรับทราบว่าปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และปฏิญญาแห่งเวียนนากับโปรแกรมปฏิบัติการ นั้นรับรองความเป็นสากล ความไม่อาจแบ่งแยกได้ และความเป็นอิสระแห่งสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ทั้งด้านความเป็นพลเมือง ด้านวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองและด้านสังคม

เพื่อเน้นย้ำว่าในข้อสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิ ทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมนั้น รัฐต้องทำหน้าที่รับรองการบรรลุถึงสิทธิที่จะได้รับมาตรฐานการครองชีพที่ เพียงพอสำหรับตัวเราและครอบครัวของเรา อันรวมถึงสิทธิด้านอาหารและสิทธิของเราที่จะปลอดจากความหิวโหยโดยอาศัยการ ปฎิรูปที่ดินอย่างแท้จริง

เพื่อเน้นย้ำว่า ในปฏิญญาสหประชาติว่าด้วยสิทธิของคนพื้นเมืองนั้น ชาวพื้นเมืองทุกคน รวมทั้งชาวนา มีสิทธิที่จะตัดสินใจด้วยตนเอง และโดยสิทธินี้ พวกเขาสามารถตัดสินใจสถานะทางการเมืองได้อย่างเสรี และทำการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของตนเองได้ยอย่างเสรี และมีสิทธิปกครองตนเอง หรือบริหารจัดการตนเองในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการภายในหรือกิจการท้อง ถิ่น และวิธีการที่จะหาเงินสนับสนุนการทำงานอย่างเป็นอิสระของตนเอง

เพื่อจดจำไว้ว่าชาวนามากมายทั่วโลกได้ต่อสู่มาโดย ตลอดในอดีตเพื่อให้สิทธิชาวนาได้รับการยอมรับ และเพื่อสังคมที่มีความยุติธรรมและเสรีภาพ

เพื่อไตร่ตรองเห็นว่าสภาพการณ์ด้านการเกษตรใน ปัจจุบันเป็นอันตรายต่อชีวิตของชาวนา ทำลายสิ่งแวดล้อม ลดผลิตภาพของชาวนาและทำให้การทำมาหากินของชาวนาลดลง

เพื่อไตร่ตรองเห็นว่าสภาพการณ์ของชาวนาเลวร้ายลง เพราะการที่รัฐบาลตัดชาวนาออกจากกระบวนการวางนโยบาย เพราะการใช้การทหาร และ/หรือทหารพราน เพื่อโยกย้ายชาวนาออกจากพื้นที่และปล่อยให้บรรษัทข้ามชาติเข้ามาใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติ

เพื่อไตร่ตรองเห็นว่าโลกาภิวัตน์ของทุนนิยมยัดเยียดข้อตกลงนานาชาติบางประการที่มีผลกระทบทางลบอย่างรุนแรงต่อชาวนา

เพื่อไตร่ตรองเห็นว่าชาวราต่อสู้ด้วยทรัพยากรของ ตนเอง พร้อมกับกลุ่มอื่นๆที่สนับสนุนข้อเรียกร้องของชาวนาเพื่อชีวิต การปกป้องสิ่งแวดล้อมและผลิตภาพที่เพิ่มขึ้น

เพื่อไตรตรองเห็นว่าระบบอาหารในโลกกระจุกตัวมากยิ่งขึ้นในมือของบรรษัทข้ามชาติจำนวนน้อย

เพื่อไตร่ตรองเห็นว่าชาวนาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ทางสังคมจำเพาะที่ยังคงมีความอ่อนแอจึงทำให้การใช้สิทธิของชาวนาจำเป็นต้อง มีมาตราการพิเศษเพื่อให้เกิดความเคารพ การปกป้องและการบรรลุถึงซึ่งสิทธิมนุษยชนของชาวนาที่ได้ยกย่องไว้ในกฎหมาย สิทธิมนุษยชนนานาชาติ

เพื่อรับทราบว่าการเพาะปลูก การประมง การปศุสัตว์ของชาวนารายย่อยสามารถบรรเทาวิกฤติการณ์ด้านภูมิอากาศ และสร้างความมั่นคงให้กับการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน

เพื่อเตือนความจำให้รัฐได้ยินยอมรับพันธะทั้งหมด ของตนที่เกี่ยวกับชาวนาตามเครื่องมือระหว่างประเทศและนำไปปฏิบัติจริง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ต้องมีการปรึกษาหารือและความร่วมมือกับชาวนา

เพื่อเชื่อว่าปฏิญญาฉบับนี้จะเป็นการทำให้การยอม รับ การสนับสนุน และการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของชาวนา ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสำคัญ อันรวมไปถึงการลงรายละเอียดและการนำอนุสัญญานานาชาติว่าด้วยสิทธิชาวนามาใช้

เพื่อยอมรับและยืนยันว่าชาวนาสมควรที่จะได้รับสิทธิมนุษยชนทั้งหมดตามที่รับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศอย่างปราศจากการเลือกปฏิบัติ

ดังนั้น รับเอาปฏิญญาว่าด้วยสิทธิชาวนาต่อไปนี้อย่างจริงจัง

ข้อ 1
คำนิยามของชาวนา : ผู้มีสิทธิ

ชาวนาคือชายหรือหญิงแห่งผืนแผ่นดิน ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงและพิเศษกับพื้นดินและธรรมชาติโดยการผลิตอาหาร และ/หรือผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ ชาวนาทำงานในที่ดินด้วยตนเอง พึ่งพาแรงงานครอบครัวและการจัดตั้งแรงงานระดับเล็กรูปแบบอื่นๆ เป็นสำคัญ แต่ดั้งเดิมแล้ว ชาวนาอยู่ในชุมชนท้องถิ่นของตน และพวกเขาเอาใจใส่ภูมิทัศน์ท้องถิ่นและระบบเกษตร-นิเวศ

คำว่าชาวนาหมายรวมถึงผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับการ เกษตร การเลี้ยงวัวควาย การเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า การทำหัถกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรหรืออาชีพที่เกี่ยวข้องในเขตชนบท ซึ่งรวมถึงชาวพื้นเมืองที่ทำงานบนที่ดิน

คำว่าชาวนายังหมายรวมถึงคนไร้ที่ดิน ตามความหมาย [1] ในองค์การอาหารและเกษตรโลกแห่งสหประชาชาติแล้ว บุคคลประเภทต่อไปนี้ถือว่าเป็นคนไร้ที่ดินและเป็นไปได้ที่จะเผชิญกับความยาก ลำบากในการทำมาหากิต
1. ครอบครัวแรงงานเกษตรที่มีที่ดินน้อยหรือไม่มีเลย
2. ครอบครัวที่ไม่ได้ทำการเกษตรในเขตชนบทที่มีที่ดินน้อยหรือไม่มีเลย และสมาชิกในครอบครัวทำกิจกรรมอย่างอื่นเช่นจับสัตว์น้ำ ทำหัตถกรรมสำหรับตลาดท้องถิ่น หรือทำงานบริการ
3. ครอบครัวในเขตชนบทอื่นๆ เช่นคนเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า ชนเผ่าเร่ร่อน ชาวนาที่ทำการเพาะปลูกแบบเปลี่ยนที่ พรานและนักเก็บของป่า และคนอื่นที่มีการทำมาหากินคล้ายกัน

ข้อ 2
สิทธิชาวนา

1. ชาวนาหญิงและชาวนาชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและในฐานะรวมหมู่ มีสิทธิในการได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากสิทธิมนุษยชนต่างๆ และเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ได้มีการรับรองไว้ในกฏบัตรสหประชาชาติ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกฎหมายสิทธิมนุษยชนนานาชาติ
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีเสรีภาพและความเท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ ทั้งมวลและปัจเจกบุคคล และมีสิทธิที่จะปลอดจากการรังเกียจเดียดฉันท์ทุกอย่าง ในการใช้สิทธิของตน โดยเฉพาะปลอดจากการรังเกียจเดียดฉันท์จากสถานะทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการเข้าร่วมอย่างแข็งขันในการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจ การนำไปใช้ และการกำกับดูแลโครงการ โปรแกรม หรือนโยบายที่มีผลกับดินแดนของตน

ข้อ 3
สิทธิที่จะมีชีวิตอยู่และมีมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีศักดิ์ศรีทางกาย ไม่ถูกคุกคาม ถูกขับไล่ ถูกฆ่า ถูกจับกุมอย่างไม่มีเหตุ และถูกสังหารเพื่อปกป้องสิทธิของตน
2. ชาวนาหญิงมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากความรุนแรงในครอบครัว (ทางกาย ทางเพศ ทางวาจาและทางจิตใจ)
3. สตรีมีสิทธิในการควมคุมร่างกายของตนและสิทธิในการปฏิเสธไม่ให้ร่างกายของตน ถูกใช้เพื่อการค้า การค้ามนุษย์ (หญิงและเด็กหญิง) ทุกรูปแบบถือว่าไร้มนุษยธรรม และต้องถูกประนาม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีอาหารเพียงพอ เหมาะกับสุขภาพ มีสารอาหารและอยู่ในวิสัยที่จะซื้อหาได้ และสิทธิที่จะดำรงรักษาวัฒนธรรมด้านอาหารตามธรรมเนียมดั้งเดิมของตน
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านมาตรฐานด้านสุขภาพทางกายและทางจิตสูงสุดเท่าที่จะเป็นได้ ดังนั้นจึงมีสิทธิเข้าถึงบริการทางสุขภาพและทางการแพทย์ แม้ว่าจะอาศัยในพื้นที่ห่างไกล และพวกเขายังมีสิทธิที่จะใช้และพัฒนาการแพทย์แบบดั้งเดิม
7. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีชีวิตที่มีสุขภาพดี และไม่ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนเคมีเพื่อการเกษตร (เช่นยาฆ่าแมลงเคมี ปุ๋ยเคมี ที่สร้างปัญญาด้านการเจริญพันธ์และทำให้น้ำนมแม่มีการปนเปื้อน)
8. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าต้องการจะมีลูกกี่คน และต้องการวิธีการคุมกำเนิดอย่างไร
9. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์เต็มที่จะสิทธิด้านเพศและการเจริญพันธ์
10. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านน้ำที่ปลอดภัย การคมนาคม ไฟฟ้า การสื่อสาร และนันทนาการ
11. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการศึกษาและการอบรม
12. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีรายได้อย่างเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตนเองและของครอบครัว
13. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะมีที่พักอาศัยและเครื่องนุ่งห่มอย่างเพียงพอ
14. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะบริโภคผลิตผลทางการเกษตรของตนเอง และใช้ผลิตผลดังกล่าวเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของครอบรัว และมีสิทธิที่จะกระจายผลิตผลของตนให้กับผู้อื่น
15. สิทธิของชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) ที่จะมีชีวิตและตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตนเองจะต้องได้รับการปกป้องจาก กฎหมายและรัฐ ด้วยความช่วยเหลือและความร่วมมือจากคนอื่นๆ และปราศจากการรังเกียจเดียดฉันท์ใดๆ

ข้อ 4
สิทธิในที่ดินและอาณาเขต

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะถือครองที่ดินทั้งโดยแบบส่วนตนและแบบรวมหมู่ เพื่อการพักอาศัยและการทำเกษตร
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) และครอบครัวมีสิทธิที่จะทำงานบนที่ดินของตนเอง ที่จะผลิตผลิตผลทางการเกษตร เลี้ยงสัตว์ ล่าสัตว์และเก็บของ และจับสัตว์น้ำในดินแดนของตน
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะทำงานและเป็นเจ้าของที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ทำการผลิต ซึ่งที่ดินดังกล่าว พวกเขาได้อาศัยทำกิน
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านน้ำปลอดภัย และสุขอนามัยอย่างเพียงพอ
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านน้ำเพื่อการชลประทานและการผลิตทางการเกษตรในระบบการผลิตอย่าง ยั่งยืนที่ควบคุมโดยชุมชนท้องถิ่น
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการบริหารจัดการแหล่งน้ำในภูมิภาคของตน
7. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการสนับสนุน เทคโนโลยีและเงินทุนจากรัฐในการบริหารจัดการแหล่งน้ำ โดยจัดการความสะดวกให้
8. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิจัดการ อนุรักษ์ และใช้ประโยชน์จากป่า
9. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะปฏิเสธการได้มาซึ่งที่ดินและเปลี่ยนไปใช้เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจทุกประเภท
10. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านความมั่นคงในการถือครองที่ดิน และไม่ถูกขับไล่ออกจากที่ดินและอาณาเขตของตน
11. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านที่ดินเพื่อการเกษตรที่จะได้รับการชลประทานเพื่อประกันอธิปไตย ทางอาหารสำรับประชากรที่เพิ่มขึ้น
12. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านผลประโยชน์จากการปฏิรูปที่ดิน การทำไร่นาขนาดใหญ่แบบอุตสาหกรรม ไม่ควรให้มี ที่ดินต้องตอบสนองหน้าที่ทางสังคม ระดับสูงสุดของการถือครองที่ดินควรจะมีการนำมาใช้เมื่อเวลาที่สมควรเพื่อที่ จะประกันการเข้าถึงที่ดินอย่างเท่าเทียม
13. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะบำรุงรักษาสถาบันทางการเมือง ทางกฎหมาย สังคมและวัฒนธรรมที่เฉพาะของตน และสิทธิที่จะทำให้เข้มแข็ง ขณะเดียวกันก็มีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ในชีวิตทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของรัฐ ตามต้องการ

ข้อ 5
สิทธิด้านเมล็ดพันธุ์ ความรู้และการปฏิบัติทางด้านการเกษตรแบบดั้งเดิม

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับชนิดของเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการจะปลูก
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะปฏิเสชนิดพืชที่ตนถือว่าเป็นอันตรายทั้งในทางเศรษฐกิจ ทางนิเวศและทางวัฒนธรรม
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะปฏิเสธตัวแบบทางเกษตรชนิดอุตสาหกรรม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตร การประมง และการเลี้ยงสัตว์
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทางการเกษตร การประมง และการเลี้ยงสัตว์
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะเลือกผลิตผลของตนเอง ชนิด จำนวน ปริมาณและวิธีการทำเกษตร การประมง การเลี้ยงสัตว์ ทั้งของตนและแบบรวมหมู่
7. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการใช้เทคโนโลยีของตน หรือเทคโนโลยีที่ตนเลือกโดยใช้หลักการปกป้องสุขภาพของมนุษย์และการอนุรักษ์ ธรรมชาติ
8. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะปลูกและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ชนิดสำหรับชาวนา และสิทธิในการแลกเปลี่ยน ให้ หรือขายเมล็ดพันธุ์ของตน
9. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านอธิปไตยทางอาหาร

ข้อ 6
สิทธิด้านวิถีการผลิตทางการเกษตร

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้รับเงินทุนจากรัฐเพื่อที่จะพัฒนาการเกษตร
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) ควรเข้าถึงสินเชื่อเพื่อกิจกรรมทางเกษตรของตน
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้รับวัสดุและเครื่องมือเพื่อการเกษตร
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านน้ำเพื่อการชลประทานและการผลิตทางการเกษตรในระบบการผลิตอย่างยั่งยืน ซึ่งชุมชนควบคุม
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการขนส่ง การทำให้แห้ง และการอำนวยความสะดวกด้านการเก็บรักษาในการทำการตลาดของผลิตภัณฑ์
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการวางแผน การกำหนดสูตร และการตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณสำหรับการเกษตรระดับชาติและระดับท้องถิ่น

ข้อ 7
สิทธิด้านข้อมูลและเทคโนโลยีการเกษตร

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้ข้อมูลที่ไม่เอนเอียงและรอบด้านเกี่ยวกับเงินทุน ตลาด นโยบาย ราคา เทคโนโลยี และอื่นๆ เกี่ยวกับความต้องการของชาวนา
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายระดับชาติและนานาชาติ
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิค เครื่องมือในการผลิต และเทคโนโลยีที่เหมาะสมอื่นๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ แบบที่เคารพคุณค่าทางสังคม วัฒนธรรมและจริยธรรม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านข้อมูลอย่างสมบูรณ์และเที่ยงตรงเกี่ยวกับสินค้าและบริการ และสิทธิในการตัดสินใจว่าต้องการผลิตและบริโภคอะไรและเมื่อไร
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอในระดับชาติและระดับนานาชาติเกี่ยวกับ การอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรม

ข้อ 8
เสรีภาพในการตัดสินใจด้านราคาและตลาดสำหรับการผลิตทางการเกษตร

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะจัดลำดับความสำคัญของการผลิตทางการเกษตรตามความต้องการของครอบครัวตนเองและของสังคม
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะเก็บรักษาผลผลิตของตนเพื่อประกันว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการ พื้นฐานของตนเองและของครอบครัว
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการสร้างตลาดท้องถิ่นตามแบบดั้งเดิม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้ราคาดีสำหรับการผลิตของตน
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะตัดสินใจด้านราคาทั้งคนเดียวและแบบรวมหมู่
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างที่ยุติธรรมสำหรับการทำงาน เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการพื้นฐานของตนเองและครอบครัว
7. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้ราคาที่ยุติธรรมสำหรับการผลิตของตน
8. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านระบบที่ยุติธรรมที่จะประเมินผลคุณภาพผลิตภัณฑ์ของตนทั้งในระดับ ประเทศ และ/หรือระดับนานาประเทศ
9. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะพัฒนาระบบพาณิชย์ชุมชนเพื่อที่จะประกันอธิปไตยทางอาหาร

ข้อ 9
สิทธิในการปกป้องคุณค่าทางเกษตร

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการยอมรับและการปกป้องวัฒนธรรมและคุณค่าทางการเกษตรในท้องถิ่นของตน
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิพัฒนาและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะปฏิเสธการแทรกแซงที่อาจจะทำลายคุณค่าทางเกษตรของท้องถิ่น
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิได้รับความเคารพสำหรับจิตวิญญาณของตนทั้งในฐานะบุคคลและในฐานะประชาชน

ข้อ 10
สิทธิด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการปกป้องและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิในการปลูก พัฒนา และอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรม ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและในฐานะรวมหมู่
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิปฏิเสธสิทธิบัตรที่ทำอันตรายต่อความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งพืช อาหาร และยา
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิปฏิเสธสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของสินค้า บริการทรัพยากร และความรู้ที่ชุมชนท้องถิ่นเป็นเจ้าของ บำรุงรักษา ค้นพบ พัฒนา หรือผลิตขึ้น พวกเขาไม่อาจถูกบังคับให้ใช้สิทธิทรัพย์สินทางปัญญา
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและในฐานะรวมหมู่ที่จะทนุบำรง แลกเปลี่ยน และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและทางพันธุกรรมในฐานที่เป็นความรุ่มรวม ของแหล่งทรัพยากรจากชุมชนท้องถิ่นและชุมชนพื้นเมือง
6. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิปฏิเสธกลไกของการรับรองที่จัดตั้งโดยบรรษัทข้ามชาติ ระบบการรับประกันท้องถิ่นที่ดำเนินการโดยองค์กรชาวนาโดยได้รับความอุดหนุน จากรัฐ ควรได้รับการสนับสนุนและการปกป้อง

ข้อ 11
สิทธิในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและมีสุขภาวะที่ดี
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมตามความรู้ของตน
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิปฏิเสธการขูดรีดทุกรูปแบบที่จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิฟ้องร้องและเรียกร้องการชดเชยสำหรับความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิรับค่าชดเชยสำหรับหนี้ทางนิเวศ และการถูกยึดครองเขตแดนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ข้อ 12
เสรีภาพในการเป็นสมาคม ในความคิดและการแสดงออก

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะเข้าเป็นสมาคมกับผู้อื่น และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ตามขนบธรรมเนียมและวัฒนธรม รวมถึงผ่านการกล่าวอ้าง การฏีกา การระดมพลัง ในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะก่อตั้งและเข้าร่วมองค์กรชาวนาอิสระ สหภาพแรงงาน สหกรณ์ และองค์กรหรือสมาคมอื่นใด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและในฐานะรวมหมู่ที่จะแสดงออกในทางขนบประเพณี ท้องถิ่น ภาษา วัฒนธรรมท้องถิ่น ศาสนา วรรณกรรมทางวัฒนธรมและศิลปะท้องถิ่น
4. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญาเนื่องจากการกล่าวอ้างสิทธิและการต่อสู้
5. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะต่อต้านการกดขี่และหันมาใช้การปฏิบัติการโดยตรงอย่างสันติเพื่อที่ปกป้องสิทธิของตน

ข้อ 13
สิทธิในการเข้าถึงความยุติธรรม

1. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิด้านการเยียวยาอย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ พวกเขามีสิทธิด้านระบบยุติธรรมที่ยุติธรรม สิทธิที่จะเข้าถึงศาลยุติธรรมและความช่วยเหลือด้านกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และไม่รังเกียจเดียดฉันท์
2. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญาเนื่องจากการกล่าวอ้างสิทธิและการต่อสู้
3. ชาวนา (ทั้งหญิงและชาย) มีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือทางกฎหมาย

เพื่อที่จะได้อนุสัญญาที่เหมาะสม จำเป็นต้องมีบท/ภาค ที่ว่าด้วย “พันธะของรัฐ” และ “กลไกการกำกับดูแล หรือกลไกที่เกี่ยวข้องกับมาตรการ” และข้อกำหนดอื่นๆ ให้เหมือนกับอนุสัญญานานาชาติฉบับอื่นๆ

ยอดรวม hit counter


วันที่เริ่มสำรวจ 02/05/2554