กลับไป sathai โฮมเพจ

เทคนิคการคัดพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกร

<< กลับหน้าแรก << กลับหน้ารวมเรื่อง

ทำไมถึงต้องคัดพันธุ์ข้าว?
ปัญหาของชาวนาโดยทั่วไปคือทำนาแล้วได้ผลผลิตต่ำ ต้นทุนสูง และขายข้าวไม่ได้ราคา สาเหตุประการหนึ่งคือในอดีตชาวนาไม่ได้มีการคัดพันธุ์ข้าวอย่างเหมาะสม ทำให้ข้าวที่ปลูกมีการปะปน เกิดการกลายพันธุ์ จนกระทั่งต้องเปลี่ยนพันธุ์ข้าวปลูก หรือต้องไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์จากภายนอก เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตและทำให้เกษตรกรไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้

การคัดพันธุ์ข้าวจึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและรสชาติการหุงต้มดี ให้ผลผลิตสูง ลดปัญหาข้าวปลอมปนและคุณภาพต่ำ ลดต้นทุนการผลิตโดยสามารถคัดเลือกพันธุ์ที่ต้องการปุ๋ยน้อยและต้านทานโรคแมลง เกษตรกรไม่ต้องซื้อพันธุ์ข้าวจากภายนอก และยังช่วยอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองไม่ให้สูญหาย รวมทั้งสามารถนำพันธุ์ข้าวที่คัดไว้มาเป็นพ่อแม่พันธุ์สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ให้ได้คุณลักษณะตามที่ต้องการ

หลักการคัดเลือกพันธุ์ข้าว
การคัดเลือกพันธุ์ข้าวโดยเกษตรกร สิ่งที่สำคัญอันดับแรก คือ เกษตรกรจำเป็นต้องรู้จักลักษณะประจำพันธุ์ของข้าวที่จะคัดเลือก เช่น ลักษณะลำต้น สี อายุ รสชาติ ความต้องการน้ำและแสง เป็นต้น เพื่อที่ว่าเมื่อเกษตรกรทำการคัดพันธุ์ข้าวก็จะสามารถระบุได้ว่าข้าวที่มีคุณภาพดีตรงตามพันธุ์เป็นอย่างไร นอกจากนี้การรู้จักลักษณะประจำพันธุ์ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงพันธุ์ เพราะเกษตรกรจะรู้ว่าข้าวที่ปรับปรุงขึ้นมามีลักษณะตามพ่อแม่พันธุ์หรือไม่

อันดับถัดมาเมื่อต้องการคัดพันธุ์ข้าว ให้เกษตรกรเลือกเก็บรวงข้าวพันธุ์ที่ต้องการ จากกอที่ไม่เป็นโรคหรือไม่มีแมลงรบกวน เลือกรวงที่สมบูรณ์ติดเมล็ดดี รวงยาว เป็นต้น เลือกเก็บเมล็ดข้าวมาประมาณครึ่งกิโลกรัม โดยนำเมล็ดข้าวมาแกะเปลือกด้วยมือ หรือใช้เครื่องสีข้าวกล้องแล้วแต่สะดวก ทำการฝัดทำความสะอาดเพื่อให้เมล็ดลีบออกไป แล้วจึงนำข้าวกล้องเหล่านี้มาคัดเลือก

การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ด้วยวิธีการคัดจากข้าวกล้อง เป็นวิธีการที่ช่วยให้คัดเลือกพันธุ์ได้ดีกว่าการคัดจากรวงเพียงอย่างเดียว เพราะเกษตรกรสามารถเห็นเมล็ดข้าวภายในว่าเป็นอย่างไร มีความสมบูรณ์ดีเพียงใด รวมทั้งมีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ที่ต้องการหรือไม่ ทั้งนี้ เกษตรกรอาจมองว่าการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ด้วยวิธีการคัดจากข้าวกล้องเป็นวิธีที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและเป็นงานหนักหากต้องคัดเมล็ดข้าวในจำนวนมาก แต่ในทางปฏิบัติเกษตรกรสามารถรวมกลุ่มช่วยกันคัดเลือกและช่วยกันปลูกขยายได้ อีกทั้งเกษตรกรไม่จำเป็นต้องคัดข้าวกล้องในทุกๆ รอบการผลิต หากได้ทำการคัดอย่างเหมาะสมในปีแรกๆ แล้ว ปีต่อไปเกษตรกรเพียงปลูกรักษาพันธุ์ไว้และทำการสุ่มตรวจคุณภาพเป็นระยะๆ เท่านั้นก็เพียงพอ

ลักษณะเมล็ดข้าวกล้องที่ดี
การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ด้วยวิธีการคัดจากข้าวกล้อง เกษตรกรจะต้องคัดให้ได้เมล็ดข้าวกล้องที่สมบูรณ์ดี อาจใช้แว่นขยายส่องดูเพื่อให้คัดเลือกได้ดียิ่งขึ้น โดยเมล็ดข้าวกล้องที่สมบูรณ์ดีมีลักษณะดังนี้

1. เมล็ดมีลักษณะตรงตามสายพันธุ์
2. เมล็ดไม่มีท้องไข่ หรือท้องปลาซิว (ลักษณะขาวขุ่นตรงกลางของเมล็ด) เมล็ดข้าวที่มีท้องไข่ไม่เป็นที่ต้องการของโรงสี เนื่องจากเวลาขัดเป็นข้าวขาวจะบางหักง่าย กลายเป็นข้าวปลายทำให้ได้ข้าวต้นน้อย
3. เมล็ดไม่บิดเบี้ยว หักในหรือแตกร้าว (สาเหตุการแตกร้าวของเมล็ดข้าวส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการตากรวงข้าวจนแห้งเกินไป)
4. จมูกเล็ก เนื่องจากเวลาสีจมูกข้าวจะหลุดออก ข้าวที่จมูกเล็กจะสีได้เนื้อข้าวมาก
5. เมล็ดเต่ง เป็นมันวาว

การเพาะกล้าข้าวกล้อง
เนื่องจากเมล็ดข้าวกล้องไม่มีเปลือกจึงเสียหายจากเชื้อราได้ง่าย ถ้านำไปเพาะในดินโอกาสงอกจะมีค่อนข้างน้อย เมล็ดข้าวจะเน่าเสียหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง การเพาะกล้าข้าวกล้องจำเป็นต้องมีวิธีการเพาะที่แตกต่างจากการเพาะกล้าข้าวเปลือก

1. การเพาะกล้าข้าวกล้องในกระถาง
การเพาะกล้าข้าวกล้องในกระถางเหมาะสำหรับการเพาะข้าวกล้องจำนวนไม่มากนัก และมีข้อดีคือง่ายต่อการดูแลรักษา โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.1 นำกระถางต้นไม้ที่มีรูระบายน้ำมาปิดรูกระถางด้วยกระดาษหรือใบไม้ นำแกลบดำหรือทรายหยาบ ใส่ลงในกระถางให้มีปริมาณประมาณ 3 ใน 4 ของกระถาง เกลี่ยหน้าให้เสมอกัน
1.2 โรยเมล็ดข้าวกล้องที่คัดเลือกไว้ลงไป จำนวนเมล็ดที่โรยขึ้นกับความเหมาะสม ไม่ให้เมล็ดหนาแน่นเกินไปและไม่ควรให้เมล็ดซ้อนกัน กลบเมล็ดข้าวกล้องด้วยแกลบดำหรือทรายหยาบ หนาประมาณ 1 ข้อมือ
1.3 รดน้ำให้ชุ่มพอประมาณ
1.4 นำกระถางมาใส่จานรอง เติมน้ำให้เต็มจานกระถาง เพื่อป้องกันมดมากินเมล็ดข้าวกล้อง นอกจากนี้แกลบดำหรือทรายจะดูดน้ำจากจานรองช่วยให้กระถางชุ่มชื้น ถ้าน้ำในกระถางแห้งให้เติมน้ำในจานรอง
1.5 เขียนชื่อพันธุ์ข้าวและวันเพาะบนป้ายปักไว้ในกระถาง ภายใน 3 วัน เมล็ดข้าวจะมีรากงอกออกมา ถ้าอยากให้รากงอกเร็วขึ้น ให้แช่เมล็ดข้าวกล้องในน้ำทิ้งไว้ 1 คืนก่อนนำมาเพาะ
1.6 เมื่อครบ 1 สัปดาห์ ควรย้ายต้นกล้าลงแปลงเพาะกล้า หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ ต้นกล้าจะเริ่มมีอาการเหลือง เพราะในกระถางเพาะไม่มีอาหาร แต่ถ้าต้องการเพาะในกระถางโดยไม่ต้องย้ายไปแปลงเพาะ ให้ใส่ดินลงในกระถางก่อนแล้วจึงรองพื้นด้วยแกลบดำหรือทรายหยาบ

2. การเพาะกล้าข้าวกล้องในแปลงนา
ในกรณีที่มีเมล็ดข้าวกล้องจำนวนมาก ต้องเพาะกล้าข้าวกล้องในแปลงนาแทนการเพาะในกระถาง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

1. เตรียมแปลงเหมือนกับการเตรียมแปลงตกกล้าทั่วไป ปรับเทือกให้เรียบสม่ำเสมอ
2. โรยทรายหยาบหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ถ้าใช้แกลบดำให้โรยหนาประมาณ 1 นิ้วทั่วทั้งแปลง
3. โรยเมล็ดข้าวกล้องที่คัดเลือกไว้ ให้กระจายอย่างสม่ำเสมอ
4. โรยทับด้วยทรายหยาบหนาประมาณ 0.5 เซนติเมตร ถ้าใช้แกลบให้โรยหนาประมาณ 1 เซนติเมตร
5. รดน้ำให้ชุ่มทั่วแปลง ทำร่องน้ำรอบๆ แปลงเพาะเพื่อป้องกันมดเข้าทำลาย
6. ดูแลประมาณ 25 วัน ก็สามารถถอนกล้าไปปักดำได้

การปลูกข้าวเพื่อทำการคัดพันธุ์
การปลูกข้าวเพื่อทำการคัดเมล็ดพันธุ์ให้ได้คุณภาพดี เกษตรกรจำเป็นต้องปลูกด้วยวิธีที่แตกต่างจากการปลูกข้าวโดยทั่วไป ในที่นี้จะใช้เทคนิคการปลูกข้าวต้นเดียว ซึ่งเป็นการปลูกโดยนาดำ กล้าที่ใช้ดำมาจากการเพาะกล้าข้าวกล้อง ดำนาจำนวนต้นเดียวต่อจับ ให้มีระยะประมาณ 25 x 25 เซนติเมตร สำหรับข้าวพันธุ์เบา ส่วนข้าวพันธุ์หนักให้มีระยะประมาณ 30 x 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ ควรขึงเชือกในแนวที่ดำข้าวเนื่องจากการขึงเชือกทำให้รู้ว่าข้าวที่ขึ้นมาเป็นข้าวที่เกษตรกรปักดำหรือไม่ ข้าวที่ขึ้นนอกแนวปักดำหรือข้าวที่มีลักษณะแตกต่างจากที่ต้องการให้เกษตรกรถอนทิ้งทั้งกออย่าเสียดาย เพราะข้าวที่ไม่ต้องการเหล่านี้จะมาปะปนกับข้าวที่ต้องการปลูกเป็นเมล็ดพันธุ์

การปลูกข้าวเพื่อคัดเลือกให้ได้พันธุ์หลัก (พันธุ์หลักคือมีเมล็ดพันธุ์อื่นปนไม่เกิน 1 เมล็ดใน 1 กิโลกรัม) เกษตรกรต้องปลูกและคัดเลือกอย่างน้อย 3 รอบ ก็จะได้พันธุ์ที่มีคุณภาพตรงตามต้องการ

สามารถสรุปขั้นตอนการคัดพันธุ์ข้าวได้ดังรูปต่อไปนี้



สิ่งที่สำคัญคือเทคนิคที่นำเสนอเหล่านี้เกษตรกรควรลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง อย่าเชื่อโดยไม่ได้ลองปฏิบัติ อีกทั้งเทคนิคเหล่านี้เป็นเพียงแค่แนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เกษตรกรสามารถคิดค้นเทคนิคเพิ่มเติม เพื่อให้ทำงานง่ายและสะดวกสอดคล้องกับระบบการผลิตของตนได้

ทั้งนี้ การคัดเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพดีเกษตรกรอาจมองว่าเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงให้ได้พันธุ์ข้าวชนิดใหม่นั้น แทบจะกล่าวได้ว่าต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี แต่สิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลังและทำให้เกิดความยั่งยืนในระบบการผลิตของชาวนา การคัดพันธุ์และปลูกรักษาไว้ในวันนี้ ก็คือมรดกที่มอบให้คนรุ่นหลังสืบไป


---------------------------------------------
ข้อมูล จากเวทีพันธุกรรมข้าวพื้นบ้านภาคใต้ ครั้งที่1 ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายน 2549 ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดพัทลุง ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง จัดโดย เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก (ภาคใต้) และทีมวิทยากรจากมูลนิธิข้าวขวัญ.