Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)


067-เวทีแลกเปลี่ยนพันธุกรรมเครือข่ายเกษตรกรรมยั้งยืนภาคเหนือตอนบน ณ ศูนย์เรียนรู้โจ้โก้ จังหวัดน่าน ตอน ผู้เก็บเชื้อพันธุ์ธัญญาหาร

Create PDF Recommend Print

067-เวทีแลกเปลี่ยนพันธุกรรมเครือข่ายเกษตรกรรมยั้งยืนภาคเหนือตอนบน ณ ศูนย์เรียนรู้โจ้โก้ จังหวัดน่าน ตอน ผู้เก็บเชื้อพันธุ์ธัญญาหาร

วิถีแห่งพันธุกรรมพื้นบ้าน วิถีแห่งวัฒนธรรม วิถีแห่งการแลกเปลี่ยน

ตอน ผู้เก็บเชื้อพันธุ์ธัญญาหาร

ณ ศูนย์เรียนรู้โจ้โก้ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน


ช่วงหลังมานี้ห่างหายจากบรรยากาศ ธรรมชาติ กางเต็นท์ท่ามกลางหมู่ดาวบนดอยสูงมาเสียนาน จึงได้ตกปากรับคำมาเป็นหนึ่งในคณะร่วมเดินทางสหายท่านหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พบปะกันเป็นครั้งคราในหลายเส้นทางแถบภูสูงแห่งนี้ ด้วยความตั้งใจว่าหน้าร้อนแบบนี้หลังจากสำรวจธารน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่าจะได้มีโอกาสมานั่งฟังสรรพเสียงตรงกลางลานหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำปัว ณ ดอยภูคาได้อีกครั้งหนึ่ง

ด้วยสภาวะของร่างกายที่พักหลังมานี้ไม่ค่อยจะได้สมบุกสมบันนัก ได้แต่นั่งๆนอนอยู่เป็นส่วนใหญ่ จึงเริ่มส่งสัญญาณร้องขอการเคลื่อนไหวที่มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เลยส่งผลให้อาการเริ่มกลายเป็นนอนแผ่ลงไปเสียมากกว่า จักจั่นเรไรที่เคยส่งเสียงแข่งขันกันเมื่อช่วงพลบค่ำเริ่มหายไป ความเงียบและความมืดค่อยๆปกคลุม พร้อมๆกับสายฟ้าที่พาดผ่านลงมา ขณะเดียวกันฝนก็เริ่มลงเม็ดหนักขึ้น จนต้องรีบหาที่หลบให้คนและเต็นท์กันอย่างจ้าละหวั่น ใครจะเชื่อว่าฝนจะตกหนักในเดือนเมษายนแบบนี้ แถมใครจะเชื่อได้อีกว่าในดินแดนที่อยู่ห่างไปจากนี้เลาะไปตามด้ามขวานหลาย ร้อยกิโลเมตรกำลังเผชิญกับสายน้ำอันหนักหน่วง มหาศาลในช่วงก่อนหน้านี้ อากาสมันช่างแปรปรวนจริงๆ

คืนนี้เลยได้เปลี่ยนมานอนรวมกันเป็นหมู่คณะใหญ่ พร้อมๆกับเสียงดนตรีขับกล่อมจากหลายๆท่าน ทำให้รู้สึกอบอุ่นดีพิลึก เลยนึกถึงภารกิจก่อนหน้านี้ที่ได้กระทำร่วมกันมา ที่ศูนย์เรียนรู้โจ้โก้ ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อมาพบเจอเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านหลากหลายชนิดในงาน แลกเปลี่ยนพันธุกรรมของเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือตอนบน อันประกอบด้วยตัวแทนจากแพร่ น่าน เชียงราย พิษณุโลก และแม่ฮ่องสอน

ข้อสงสัยมากมายเริ่มผุดขึ้นในหัวของฉันเอง โดยเฉพาะ เรื่องพันธุกรรมพื้นบ้าน การแลกเปลี่ยน ความรู้ภูมิปัญญา และเรื่องราวอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการหยั่งราก เติบโต ช่างยิ่งใหญ่กว่าที่คิดไว้เหลือเกิน จนต้องเข้ามาร่วมเรียนรู้กับเพื่อนพ้องพี่น้องเกษตรกรหลายท่าน โดยเฉพาะก่อนการเพาะปลูกหว่านไถแบบนี้แล้ว เชื่อได้เลยว่า การจัดการพันธุกรรมข้างโดยเกษตรกร โดยเฉพาะการเก็บพันธุ์ไว้ใช้เอง คงเป็นหัวข้อหลักที่ดึงดูดให้สหายของฉันเดินทางมาไกลได้ถึงเพียงนี้

ในช่วงเช้าของวันแรกจึงได้ได้มาทำความรู้จักกับสถานที่ซึ่งจะเปิดให้ได้เข้า มาเรียนรู้ ซึ่งครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า โจ้โก้ ก็อดที่จะนึกเสียไม่ได้ว่าน่าจะเป็นชุมชนที่ตั้งโดยชาวต่างชาติแน่ๆ เพิ่งมารับรู้ว่าแท้จริงแล้วคำนี้เป็นภาษาไทย กำเมืองแต้ๆ(คำเมืองเหนือ) โดยหมายถึง ที่สูง ที่เนิน ซึ่งมาจากชื่อหมู่บ้านซึ่งตั้งอยู่ตรงเนินเขานั้นเอง ศูนย์แห่งนี้เป็นหน่วยประสานงานด้านเกษตรของมูลนิธิฮักเมืองน่าน ซึ่งมีท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ เป็นประธาน โดยมีคุณสำรวย ผลัดผล เป็นหัวเรือใหญ่ของศูนย์โจ้โก้แห่งนี้ ซึ่งหลังจากกล่าวต้อนรับด้วยมิตรไมตรีแล้ว คุณสำรวยยังได้ให้ทำความเขาใจเบื้องต้นของคำที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพันธุ กรรมเราจะต้องรู้ ไม่ว่า

- ความหลากหลายของชนิดพืช ซึ่งเกิดจากกการสร้างสรรค์ของธรรมชาติ ทำให้เรามีพันธุกรรมที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมากมาย โดยเฉพาะธัญพืชอาหารแล้วบนโลกเรามีหลายชนิดมาก ในปัจจุบันนั้นมีเพียงสี่ชนิดที่คนให้ความสำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลีและข้างโอ๊ต

- ความหลากหลายของระบบนิเวศน์ เป็นความแตกต่างของพื้นที่อันเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด ซึ่งอาจจะมีที่ราบลุ่ม ที่สูง ที่ชุ่มน้ำ พื้นที่ภู เป็นต้น จึงก่อเกิดการปรับตัวของพืชให้เหมาะสมกับนิเวศที่อยู่อาศัยได้

- ความหลากหลายทางพันธุ์ พืชแต่ละชนิดย่อมมีสายพันธุ์ที่แตกต่างกันมากมาย อย่างหากเอ่ยถึงข้าว ก็จะเป็นชนิด ซึ่งนึกถึงพันธุ์คงจะนึกกันไม่หมดเป็นแน่ จากที่ธนาคารเชื้อพันธุ์ กรมการข้าวได้ทำการรวบรวมไว้พบว่า มีข้าวที่ไม่ซ้ำชื่อกันถึงกว่าสองพันสายพันธุ์เลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น ข้าวก่ำ ข้าวสังหยด ข้าวเล้าแตก ข้าวพญาลืมแกง ข้าวบือหมื่อ ข้าวลาย ข้าวปการัญโดล(ดอกลำดวน) ดอกพะยอมไร่ เป็นต้น

- ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พันธุกรรมมีความหลากหลาย เนื่องจากการใช้ประโยชน์พืชแต่ละชนิดของมนุษย์มีความต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม วิถีชีวิต เช่น การบริโภคข้าวเจ้าเมล็ดสั้นของคนปกาเกอญอทำให้มีการรักษาข้าวสายพันธุ์พื้น บ้านไว้ในครอบครัว เช่น ข้าวบือกี่โพ บือโป๊ะโหละ บือกว่า บือซูคี เป็นต้น

คำเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืช ที่ส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง คุณอรุณ หวานคำ ได้บอกกล่าวเพิ่มเติมถึงความสำคัญของฐานทรัพยากรที่สำคัญของเราเหล่านี้ ว่า ตลอดสองข้างทางที่ขับรถมาจากเชียงรายถึงน่าน ด้วยเส้นทางสายสองแคว ผ่านภูเขาอันเคยเป็นทุ่งข้าวโพดสุดลูกหูลูกตา รวมถึงป้ายโฆษณาเมล็ดพันธุ์และสารเคมีหลากชนิดเรียงรายกันอยู่ตลอดสองข้าง ทาง ธุรกิจเมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล เป็นปัจจัยการผลิตที่เหล่าเกษตรกรในปัจจุบันจำเป็นต้องซื้อหาในทุกฤดูกาล ผลิต ต่างจากในอดีตที่เคยมีครัวไฟ ที่เต็มไปด้วยพันธุ์พืชหลากชนิด ที่มีเขม่าจากการหุงต้มช่วยในการป้องกันแมลงได้อีกด้วย ถือเป็นภูมิปัญญาที่สำคัญในการปลูกและเก็บเมล็ดได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการจัดการความหลากหลายโดยเกษตรกร ด้วยความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าขององค์ความรู้ พันธุ์และเทคโนโลยีในการผลิตที่สามารถแบ่งปันกันได้

ความรู้ของคนทำกสิกรรมอย่างชาวนา ที่คลุกคลีอยู่กับข้าวมานับๆสิบปี ถูกถ่ายทอด เล่าสู่กันฟังและแลกเปลี่ยนในประเด็น การเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองโดยตัวแทนของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ตั้งแต่ ยอดดอยภูคา น่าน ไปจรดพื้นที่ราบของเมืองแพร่ ชนิดที่ว่าจะได้เห็นตั้งแต่ข้าวไร่หมุนเวียน นา/ไร่ขั้นบันได ข้าวที่โคก ไปจนถึงที่ราบลุ่มชลประธานเลยทีเดียว ซึ่งมีทั้งกระบวนการเก็บแบบดั้งเดิมที่ยังคงปลูกข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ต่อมาจากบรรพบุรุษ โดยเลือกเก็บต้นที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง ให้ผลผลิตสูงไว้เป็นต้นพันธุ์ต่อไป รวมถึงเกิดการรวบรวมสายพันธุ์ข้าวที่มีอยู่ในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงมา เพื่อปลุกทดสอบคุณลักษณะเพื่อค้นหาลักษณะที่แท้จริงของพันธุ์ข้าวแต่ละชนิด

หลายคนบอกว่าพันธุกรรม คือ วิถีชีวิต จนเป็นความชอบ ความสนใจส่วนตัว เริ่มทำการศึกษาทดลองเรื่องพันธุ์ข้าว เพราะบทเรียนจากการใช้ปุ๋ย สารเคมี ในปริมาณที่สูงที่ยิ่งทำก็ยิ่งจน รายได้ลดลง แถมหนี้สินกับเพิ่มพูนขึ้น จึงเริ่มกลับมาใช้ภูมิปัญญาเดิมร่วมกับแนวคิดใหม่ๆที่ได้เรียนรู้มาจากที่ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณเดชา ศิริภัทรและทีมงานมูลนิธิข้าวขวัญ จากศูนย์เรียนรู้โจ้โก้หรือหน่วยงานอื่นๆ มาประยุกต์ใช้ในการปลูกข้าวพื้นบ้านหลากหลายเพื่อศึกษาลักษณะของแต่ละสาย พันธุ์ ทำความรู้จักกับลักษณะอันแท้จริง เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวที่มีความนิ่ง คงตัวที่จะสามารถปลดปล่อยคุณสมบัติสูงสุดอันจะสามารถนำไปสู่ความเข้าใจใน ข้าวที่ปลูกมากยิ่งขึ้น

การคัดเมล็ดจากข้าวกล้อง และการปลูกข้าวแบบกอเดียวถูกนำมาใช้เพื่อการศึกษาคุณลักษณะของพันธุ์ เพราะหนึ่งกอคือหนึ่งเมล็ด จะสามารถเลือกต้นที่มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ ที่มีความแข็งแรง ต้านทานโรคแมลง มีการติดรวงสูง เพื่อนำมาใช้เป็นต้นพันธุ์ต่อไป ซึ่งจะนำไปไปสู่การปรับระบบเป็นการทำนาแบบอินทรีย์ ที่ไม่ใช่ปุ๋ย สารเคมี ที่จะคงไว้ซึ่งความหลากหลายของอาหารจากนา กบ เขียด ปู ปลา หอย ผักในแปลงงนาหลายชนิดเริ่มกลับมาช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับครอบครัว ได้อีกทางหนึ่ง

หลังจากดูแลให้ข้าวเจริญเติบโต ตัดข้าวปน (ข้าวที่มีลักษณะแตกต่างจากต้นอื่น ออกรวงไม่พร้อมลักษณะส่วนใหญ่) ก็จะทำการถอดรวง โดยเลือกต้นที่สมบูรณ์ที่สุด เก็บด้วยมือ เพื่อนำไปเป็นต้นพันธุ์ต่อไป ทั้งนี้จะต้องเขียนป้ายบอกชื่อข้อมูลพันธุ์ไว้ให้ชัดเจนก็สามารถได้พันธุ์ ที่มีคุณภาพด้วยมือตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยสำหรับเกษตรกร ทั้งนี้การสามารถเก็บพันธุ์ได้ด้วยตนเองยังเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการ ซื้อเมล็ดพันธุ์ ได้ข้าวที่มีความเหมาะสมกับลักษณะนิเวศจากการปลุกปรับสภาพให้เหมาะกับแปลงนา ของเราเอง

ชาวนาหลายท่านได้เล่าอย่างภาคภูมิใจถึงพันธุ์ข้าวที่ตนได้ปลูก ทำความรู้จัก และเลือกปลุกภายในแปลงของตนเองที่มีทั้งหวัน 1 หวัน2 เล้าแตก หอมเสงี่ยม นางนวล พญาลืมแกง ข้าวก่ำ ข้าวต่วย ข้าวห้าว ที่กลายเป็นขวัญใจหลายๆแปลงไปเสียแล้ว และคงมีอีกหลายชนิดที่ได้ถูกรวบรวมมมาเพื่อปลูกทดสอบคุณสมบัติของพันธุ์ใน อนาคต

ที่สำคัญคงไม่มีใครที่จะสามารถเลือกข้าวที่มีคุณสมบัติดีที่สุดนอกจากเจ้า ของเท่านั้น ภายใต้วัฒนธรรม ภายใต้วิถีชีวิต ภายใต้พันธุกรรมที่มากมาย เชื่อได้ว่าความหอม ความนิ่ม ความอร่อย คงเป็นเรื่องเฉพาะตัวข้าวแต่ละสายพันธุ์ คือ ความแตกต่าง ความหลากหลาย ที่เป็นความงดงามที่จะช่วยดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางพันธุมกรรมให้คงอยู่ สืบไปในอนาคต

AddThis Social Bookmark Button

ยอดรวม hit counter


วันที่เริ่มสำรวจ 02/05/2554