Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)


อิสรภาพทางพันธุกรรม AB013-เกษตรกรเนปาลแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จ : การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสำหรับเกษตรกรบนที่สูงย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

Create PDF Recommend Print

AB013-เกษตรกรเนปาลแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จ : การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสำหรับเกษตรกรบนที่สูงย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

เกษตรกรเนปาลแลกเปลี่ยนประสบการณ์

เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จ



รูปแตงกวาคุณภาพดีที่ปลูกโดยเกษตรกรจากชุมชน Lwang Bhalel (ภาพโดย Surendra Joshi)

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตสำหรับเกษตรกรบนที่สูงย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างไรก็ตามความพยายามในการเปลี่ยนระบบจากเกษตรดั้งเดิมมาเป็นการทำการเกษตรแผนใหม่เพื่อตอบสนองตลาดส่งผลต่อเกษตรกรหลายประการ Ngamindra Dahal และ Benktesh D. Sharma รายงานประสบการณ์เกษตรกรในตำบลกาสกี ประเทศเนปาลที่แสดงให้เห็นว่า การนำนวัตกรรมอย่างง่ายๆ มาใช้ก็สามารถส่งผลเป็นที่น่าประหลาดใจ

องค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กษัตริย์มาเฮนดราทรัสต์ ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกกาแฟ ชา กระวาน ผัก ผลไม้และไม้กวาด อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแพะ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรในเขตอนุรักษ์อันนาเพอร์นา ประเทศเนปาล โครงการเหล่านี้ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งและช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ขึ้น ภายใต้กิจกรรมต่างๆที่เกษตรกรจากชุมชนLwang Bhalel ในตำบลกาสกีดำเนินการอยู่นั้น โครงการเมล็ดพันธุ์แตงกวาเป็นโครงการที่ส่งผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก

เกษตรกรจำนวน 7 คนในชุมชน Lwang Bhalel หันเหจากการปลูกผักเพื่อขายเนื่องจากผลตอบแทนไม่เป็นที่น่าพอใจ มาทดลองปลูกเมล็ดพันธ์แตงกวาคุณภาพดีเพื่อจำหน่าย อันที่จริงแล้วถือเป็นประเพณีปฏิบัติมาแต่ดั้งเดิมที่เกษตรกรจะปลูกแตงกวา พื้นบ้านในแปลงเล็กๆ เพื่อการบริโภคในครอบครัว โดยเกษตรกรเหล่านี้จะร่วมกันปลูกแตงกวาบนพื้นที่ลาดชันเชิงเขาผสมผสานกับพืช อื่นๆ มีการดูแลเอาใจใส่การปลูก ทำค้างไม้รองรับและเมื่อแตงกวาเลื้อยขึ้นตามค้างก็จะช่วยให้ร่มเงากับพืชผัก ที่เกษตรกรปลูกร่วมไว้ในแปลง

พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจที่จะปลูกแตงกวาเพื่อการ ค้าภายหลังจากที่ได้เข้าร่วมการอบรมจากองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กษัตริย์มาเฮนดราทรัสต์ โดยความรู้ที่ได้รับเป็นการผสมผสานระหว่างความรู้พื้นบ้านและนวัตกรรมใหม่ นอกจากนี้พวกเขายังไม่ต้องกังวลเรื่องผลตอบแทนที่จะได้คืนมาทั้งนี้เนื่อง จาก การลงทุนในการปลูกต่ำมาก พวกเขาเลือกปลูกในพื้นดินบริเวณชายขอบที่ซึ่งพืชเศรษฐกิจเช่นข้าวโพดเลี้ยง สัตว์และข้าวไม่สามารถปลูกได้ ในการปลูกเกษตรกรจะดูแลเอาใจใส่อย่างระมัดระวังโดยเฉพาะในช่วงที่แตงกำลังจะ สุกเพื่อมิให้เกิดโรคในแตง

เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถขายแตงกวาจำนวนหนึ่งได้ในราคาที่ไม่สูงนัก ขณะเดียวกันก็เก็บเมล็ดพันธุ์แตงกวาเพื่อจำหน่ายและบางคนแปรรูปทำแตงกวาดอง เพื่อเพิ่มมูลค่า กิจกรรมเหล่านี้ประสบความสำเร็จอย่างดีโดยได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากนัก เทคนิคเกษตร ผลจากการดำเนินการพบว่า ปี 2546เกษตรกรเริ่มขายแตงกวา และประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ ปี2547 เกษตรกรกลุ่มนี้รวมกันผลิตเมล็ดพันธุ์แตงกวาได้จำนวน 292 กิโลกรัม และขายได้กิโลกรัมละ 560 บาท สมาชิกคนหนึ่งสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้จำนวน 49 กิโลกรัม และมีรายได้จากการขายเมล็ดพันธุ์แตงกวาเท่ากับ 27,000 บาท หลังจากนั้นพวกเขาจึงร่วมกันลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีเพื่อขยายและ จำหน่ายซึ่งก็ทำให้พวกเขาสามารถเพิ่มรายได้ขึ้นเป็นสองเท่า และในฤดูการผลิตข้างหน้าพวกเขาวางแผนที่จะขยายพื้นที่การผลิตเพิ่มขึ้น

แม้ว่าเกษตรกรกลุ่มนี้จะพึงพอใจกับผลตอบแทนที่ดี และมีแผนที่จะขยายพื้นที่ทำการผลิต แต่เชท ประศาส เทียวาริ เจ้าหน้าที่เทคนิคที่ให้การสนับสนุนเกษตรกรกลุ่มนี้มาตั้งแต่เริ่มแสดงความวิตกกังวลว่า ตลาดเมล็ดพันธุ์อาจไม่กว้างพอที่จะรองรับจำนวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เพิ่มขึ้น เว้นเสียแต่ว่าจะมีตลาดทางเลือกอื่นๆ เขาระบุว่า ราคาเมล็ดพันธุ์แตงกวาตกลงจาก 640 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2546 มาอยู่ที่ 560 บาทต่อกิโลกรัมในปี 2547 และมีแนวโน้มว่าราคาจะตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 480 บาทในปี 2548

บทเรียนร่วมกัน

จากประสบการณ์ความสำเร็จของเกษตรกรกลุ่มนี้ มีบทเรียนร่วมกันสามประเด็นหลักๆ คือ

  • หนึ่ง เกษตรกรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง แต่จำนวนการผลิตต่ำ การปลูกแตงกวาจำนวนมากแต่มีราคาต่ำ และขายเมล็ดพันธุ์แตงกวาราคาสูง แต่ในจำนวนที่ไม่มากนัก เป็นวิธีการที่ทำให้ต้นทุนการผลิตมีราคาต่ำ ขณะเดียวกันการที่พวกเขาปลูกแตงกวาในพื้นที่ชายขอบทำให้การลงทุนมีน้อยมาก ในกระบวนการปลูก มีการนำใช้ความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านผสมผสานกับความรู้ที่ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากนักเทคนิคเกษตร นอกจากนี้การปลูกเมล็ดพันธุ์แตงกวาในปริมาณน้อย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่ำลงไปด้วย ซึ่งถ้าพวกเขาขายแตงกวาสด แน่นอนราคาค่าขนส่งจะสูงมากกว่านี้ และอาจจะประสบปัญหาแตงกวาเน่าเสียหายง่ายอีกด้วย
  • สอง เมล็ดพันธุ์ไม่ต้องอาศัยพื้นที่ในการเก็บมากเท่ากับแตงกวาสด ซึ่งทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการจัดการลงไปด้วย
  • สาม เมล็ดพันธุ์มีอายุนานกว่าการแตงกวาสด เกษตรกรสามารถรอราคาให้เมล็ดพันธุ์มีราคาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องกังวลว่าผลผลิตจะเสียหายไปเสียก่อน

ตัวอย่างประสบการณ์เกษตรกรกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรโดยการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ คือแทนที่จะปลูกแตงกวาจำนวนมากแล้วขายเป็นผักมาเป็นผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีมูลค่าสูง ไม่เสียหายง่าย เพื่อจำหน่าย อย่างไรก็ตามกิจกรรมเช่นนี้จำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนอย่างดี เพราะถ้าเกษตรกรพากันหันมาปลูกเมล็ดพันธุ์แตงกวากันหมด ราคาก็จะตกลงอันเนื่องมาจากปริมาณที่มีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ตลาดรองรับมีน้อย การมองหาสินค้าที่ยังมีช่องว่างทางการตลาดเป็นศักยภาพที่น่าสนใจ แต่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการวางแผนและทำการศึกษาอย่างระมัดระวัง...

**************************************************
แปลและเรียบเรียงจาก Nepali farmers share the seed of their success, Ngamindra Dahal and Benktesh D. Sharma, King Mahendra Trust for Nature Conservation, In Appropriate Technology Volume 33.No 2, June 2006, p.16-17

แปลและเรียบเรียงโดย : วลัยพร อดออมพานิช, มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)

ยอดรวม hit counter


วันที่เริ่มสำรวจ 02/05/2554