โทรศัพท์

096 948 1913

อีเมล์

sathaiaan@gmail.com

เวลาเปิด

จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 17:00

ภาพ 1 เปรียบเทียบการให้ผลผลิตของมะเขือเทศที่ใช้เทคนิคการเสียบยอดกิ่งพันธุ์กับต้นตอมะเขือยาวพื้นเมือง (ซ้าย) และต้นมะเขือเทศทั่วไป (ขวา) ในช่วงฤดูฝน  (ภาพโดย Channaty Ngang of Ohio State Extension)

[หมายเหตุ: มะเขือเทศ (Solanum lycopersicum) และมะเขือยาว (Solanum melongena) เป็นกลุ่มพืชในวงศ์เดียวกัน ชื่อวงศ์ Solanaceae ทำให้มะเขือเทศและมะเขือยาวมีความสามารถที่จะเข้ากันได้ มะเขือเทศสามารถนำไปเสียบยอดกับมะเขือเทศพันธุ์อื่น รวมถึงพืชพันธุ์อื่นในวงศ์เดียวกัน เพื่อให้เกิดศักยภาพที่หลากหลายในการขยายพันธุ์]

ภาพ 2 คัดเลือกต้นกล้าที่แข็งแรง มีลักษณะสมบูรณ์และมีใบจริง 2-4 ใบ

ภาพ 3 การใช้ต้นตอและกล้ากิ่งพันธุ์ที่มีขนาดลำต้นใกล้เคียงกันจะช่วยวางแนวระบบลำเลียงให้ตรงกันที่รอยผสาน

ภาพ 4 ตัดส่วนบนของต้นตอ

ภาพ 5 ส่วนบนของต้นตอถูกตัดไปแล้วและเหลือเพียงลำต้น

ภาพ 6 ใช้คลิปหนีบที่ทำเองจากหลอดพลาสติกเพื่อให้กิ่งมั่นคง

ภาพ 7 ผ่ากลางจากด้านบนของต้นตอ

ภาพ 8 ตัดส่วนล่างของกิ่งพันธุ์ออก 2 ครั้ง

ภาพ 9 ตัดใบออกเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

ภาพ 10 ตัดแต่งส่วนล่างของกิ่งพันธุ์ให้เป็นลักษณะลิ่ม

ภาพ 11 เสียบส่วนปลายลิ่มลงไป

ภาพ 12 เลื่อนคลิปพลาสติกขึ้นมา 

ภาพ 13 กิ่งพันธุ์ใหม่เริ่มประสานกันดี (ภาพโดย Ry Saren)

ภาพ 14 วัสดุหลายอย่างที่หาได้ในพื้นที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนพักตัวได้ (ภาพโดย Channaty Ngang of Ohio State Extension)

ภาพ 15 รอยผสานที่แผลหายดีแล้ว รอยแผลที่เกิดขึ้นจะปรากฏอยู่บนต้นที่ได้รับการเสียบยอดแล้วและเป็นต้นที่แข็งแรง เหมาะกับการนำไปปลูกได้ โดยปกติจะพร้อมนำไปปลูกในพื้นที่จริงประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังการเสียบยอด (ภาพโดย Channaty Ngang of Ohio State Extension)

ภาพ 16 ต้นมะเขือเทศที่นำไปปลูกในพื้นที่โดยมีรอยผสานอยู่เหนือดิน และมีวัสดุอินทรีย์คลุมดินเพื่อป้องกันไม่ให้ดินกระเด็นไปติดที่เนื้อเยื่อของกิ่งพันธุ์ (ภาพโดย Rick Bates)

https://www.echocommunity.org/en/resources/315f5877-2e88-4a8a-869f-8d50ce20891f

บทความแนะนำ