โทรศัพท์

096 948 1913

อีเมล์

sathaiaan@gmail.com

เวลาเปิด

จันทร์ - ศุกร์: 9:00 - 17:00

ในการจัดงาน “มหัศจรรย์วันดาหลาบาน ครั้งที่ 4” เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นอกเหนือจากต้นและดอกที่มีการจัดประดับประดาสร้างความสวยงาม สบายตา และสดชื่นไปทั้งงาน ในส่วนของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่นำมาจำหน่ายและจัดแสดง ก็มีอาหารและเครื่องดื่มประเภทที่ใช้วัตถุดิบจากดาหลาเป็นส่วนผสม ร่วมขบวนอยู่ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นข้าวยำปักษ์ใต้ พิซซ่าหน้าดาหลา เครื่องดื่มสมุนไพรสกัด คราฟต์เบียร์ คอมบูชา (kombucha) ดาหลา ไซรัป (syrup) ดาหลาสำหรับผสมในเครื่องดื่ม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีความผสมปนเปทั้งความคุ้นเคยและความแปลกใหม่ แต่ทั้งหมดร่วมกันเป็นรูปธรรมที่ยืนยันว่า ดาหลาไม่ได้เพียงมีดอกงามไว้ให้ตกแต่งเพื่อสร้างความเบิกบานใจเท่านั้น แต่ยังมีไว้สำหรับใช้ประโยชน์ด้านการบริโภคด้วย ซึ่งก็ให้ทั้งรสชาติและสีสันที่น่าประทับใจ

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าดาหลาจะมีแต่ดอกที่โดดเด่น และประโยชน์ก็ไม่ได้จำกัดเพียงด้านความสวยงามและการเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม

น้ำมันหอมระเหยในดาหลา ศักยภาพที่ค้นพบแล้ว แต่รอการรู้จักลึก

“ดาหลามีมากกว่าดอกนะครับ ดาหลาเป็นองค์ประกอบในน้ำมันหอม ดาหลาอาจจะเป็นไปได้ที่ราคากิโลละหลายหมื่น ถึงหลายแสนเลยก็ได้” สมประสงค์ พยัคฆภัณฑ์ ประธานสมัชชาวิสาหกิจเพื่อสังคม และอุปนายกสมาคมสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SME Thai) หรือที่หลายคนเรียกว่า “อาจารย์สมประสงค์” ตั้งประเด็นกระตุ้นความสนใจไว้ในเวทีหนึ่งของงาน “มหัศจรรย์วันดาหลาบาน ครั้งที่ 4” ที่จัดขึ้น ณ ตลาดบ้านเมล็ดพันธุ์ จุดรวมคนหัวใจอินทรีย์ สี่แยกไฟแดงคลองปอม ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

อาจารย์สมประสงค์ขยายความเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ด้วยการกล่าวถึงงานวิจัยหลายชิ้นที่ตีพิมพ์ในระดับโลก ซึ่งมีข้อค้นพบตรงกันว่า สารสำคัญของดาหลาไม่ได้อยู่ที่ดอกเพียงอย่างเดียว แต่ทั้งเหง้าหรือตัวองค์ประกอบของดาหลา ซึ่งเป็นพืชตระกูลขิง มีสารประกอบของกลุ่มน้ำมันหอมระเหย หรือตัวสารสำคัญที่มีฤทธิ์ในทางเภสัชวิทยาอยู่หลายตัวมาก ตัวอย่างเช่นประเทศที่ขึ้นทะเบียนขมิ้นชันเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิอากาศ (GI) สามารถรักษาโรคท้องอืด ท้องเฟ้อได้ และงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า ในพืชตระกูลเหง้า ทั้งขิง ข่า ตะไคร้ และขมิ้นชัน สามารถทำเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยได้

ประเด็นดังกล่าวตรงกับข้อเสนอของณฐา ชัยเพชร จากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ เธอเห็นว่าควรที่จะมีการศึกษาเชิงลึกในเรื่องของน้ำมันดอกดาหลา เพื่อที่จะมีความรู้ตอบคำถามของผู้บริโภคได้ รวมถึงการพัฒนาต่อยอดต่อไป

“เวลาเขามาชิมของเรา เขาจะตั้งคำถามว่า ดาหลาให้สรรพคุณอย่างไรคะ อันนี้ใช้อะไรทำคะ เราก็บอกว่าใช้ลูก แล้วลูกมันให้ประโยชน์ยังไงคะ เหมือนผู้บริโภคเขาก็อยากรู้ แต่อันนี้บอกตรง ๆ เรายังไม่รู้ลึก คือรู้แค่ว่า ดาหลาบำรุงหัวใจนะ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนนะ เราพูดได้แค่นี้ เลยอยากรู้ว่า จริง ๆ สรรพคุณของดาหลา เราเลือกผลดาหลาที่เป็นสีแดงเพราะให้สีที่สวย ซึ่งดอกคนเล่นเยอะ เราก็อยากมาเล่นเรื่องลูก ลูกจะมีทั้งสีชมพู สีขาว และสีแดง จากการทดลองสีขาวจะให้น้ำมันเยอะ เราอยากเจาะลึกเรื่องของน้ำมันดาหลาด้วย”

การศึกษาวิจัยจริงจังควรเริ่มด้วยเรื่องพันธุกรรม

องค์ความรู้ที่ยังขาดอยู่ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเริ่มมีการเก็บสะสมเพิ่มเติมจากความพยายามของหลาย ๆ คนที่คิดค้นและทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์จากดาหลาออกมา ดังที่ปรากฏให้เห็นจากในงาน แต่เพื่อที่จะรู้ลึกและรู้จริงจำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยจริงจังด้วย

“เราต้องแยกพันธุ์ของดาหลาออกจากกันให้ได้ก่อน เพราะตอนนี้บางตัวอาจจะเหมาะเป็นอาหารที่ดีที่สุด บางตัวอาจจะเหมาะเป็นตัวน้ำมันหอมระเหยที่ดี บางตัวอาจจะอร่อย…

“ดาหลาบางพันธุ์จะช่วยฆ่าเชื้อ บางพันธุ์มีน้ำมันหอมระเหยเป็นเครื่องสำอาง ดาหลาที่สีสวยตอนนี้ทาง วว.(สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย) เอาไปทำในงานวิจัยเป็นเครื่องสำอาง รู้สึกจะชนะที่เจนีวา ในการที่ปรู๊ฟเกี่ยวกับแก้ริ้วรอย” อาจารย์สมประสงค์กล่าว

ประเด็นทำนองเดียวกันนี้ได้รับการขยายความจากกำราบ พานทอง ผู้ประสานงานชมรมรักษ์สวนสมรม จ.สงขลา โดยเขามองว่า พืชตระกูลขิงมีมากกว่าพันชนิด ที่เห็นในครัวมีอยู่ 8-9 ชนิด ในจำนวนพันกว่าชนิดมีศักยภาพที่เหมือนและต่างกัน จึงอยากเห็นศักยภาพของดอกดาหลา ว่าในคุณค่าทางอาหารและยาแตกต่างกันอย่างไร แค่ขิงกับดาหลา หรือกระวานกับดาหลาก็มีความต่างกัน

กำราบยังเสนอมากไปกว่านั้นว่า ควรมีการสำรวจพันธุ์ดาหลาป่าในพื้นที่ป่าภาคใต้ เนื่องจากดาหลาสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยได้ แต่ชนิดของดาหลาใดที่มีสรรพคุณ หรือมีความท้าทายในการสกัด คือโจทย์สำคัญ ทั้งนี้จำเป็นต้องมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลิ่นของดาหลาป่ากับดาหลาทั่วไป ว่าต่างกันอย่างไร “น้องจ๋า (ณฐา ชัยเพชร) นำเสนอปีที่แล้ว ดาหลาเบอร์ 12 ดอกเล็ก ดอกแดง พบว่ายังไม่มีใครขยายพันธุ์ ผมค้นพบว่าไม่ได้มีเฉพาะที่นาทวี (อำเภอใน จ.สงขลา) เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่าพบแถวตะโหมด เขาหัวช้าง (ตำบลในอำเภอตะโหมด จ.พัทลุง) ก็มีเยอะ แต่ต้องไปดูว่าพอสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วหายไปหมดหรือไม่ ภาคใต้อีกหลายป่าเราลองช่วยกันสำรวจ จะมีพันธุ์ดาหลาชนิดนี้ ที่อยากทราบ…น้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นหอม เป็นกลิ่นจากพันธุ์ดาหลาป่าจะสามารถสกัดให้มันเหมือนหรือแตกต่างจากดาหลาทั่วไปอย่างไร

ศักยภาพอีกหลายด้านของดาหลาที่รอการพิสูจน์และพัฒนา

ผู้ประสานงานชมรมรักษ์สวนสมรมยังนำเสนออีกมิติความมีประโยชน์ของ ‘ดาหลา’ ที่ได้รับรู้มาจากคนเฒ่าคนแก่ชุมชนคลองลำแซง ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ว่า ดาหลาเป็นพืชที่ป้องกันภัยพิบัติได้ ซึ่งกำราบเห็นว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งแง่มุมที่ควรมีการยกระดับในเรื่องการใช้ประโยชน์

“ป๊ะหมาน (รอหมาน บิลอะหลี) บอกว่า ดาหลาเป็นพืชที่ป้องกันหน้าดินไม่ให้พังทลาย เหมาะสำหรับการรักษาตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นทราย ภูมิปัญญาตรงนี้ ถ้าเราจะใช้ดาหลา แทนที่จะปลูกพืชอื่น เพราะตอนนี้ไปคลองไหน ไปห้วยไหน ในพื้นที่ของเราพังทลายกันเยอะมาก ถ้าเราพัฒนากลไกของพืชในตระกูลขิงที่บอกว่ามีหลายชนิดมาก สามารถใช้ประโยชน์ได้ใกล้เคียงหรือได้มากกว่าดาหลา เราจะยกระดับพืชตัวนี้เป็นพืชป้องกันภัยหรือฟื้นฟูภัยพิบัติได้อย่างไร อาจจะมากกว่าหญ้าแฝกด้วยซ้ำ เพราะใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง”

อย่างไรก็ตาม นั่นอาจค่อนข้างเป็นเรื่องระยะยาวที่จะต้องศึกษาหรือพิสูจน์กัน ว่า ศักยภาพของดาหลาจะพาไปในทิศทางใดได้บ้าง และไกลแค่ไหน แต่สิ่งที่แน่นอนคือ ศักยภาพ ณ ปัจจุบันของดาหลาเท่าที่ค้นพบแล้วก็ยังมีเส้นทางให้พัฒนาไปไกลขึ้นได้

ดังที่อาจารย์สมประสงค์กล่าวเอาไว้ “แค่เป็นธุรกิจไม้ดอกอย่างเดียว ถ้าเราทำการตลาดกันเป็น ธุรกิจดีกว่าบอนสีเสียด้วยซ้ำ เพราะจะเป็นธุรกิจไม้ประดับ…”

อาจารย์สมประสงค์ยังฝากโจทย์ท้าทายง่าย ๆ ให้ผู้ที่กำลังใช้ดาหลาเป็นอาหาร ว่า ให้ลองหาทางสร้างสินค้าประจำถิ่นจากดาหลาขึ้นมา “ให้การบ้าน ถือว่าเป็นของขวัญให้กับทุกคน แค่ทำสปาร์กลิงดาหลาก็เกิดสินค้าประจำท้องถิ่นอีกตัวหนึ่งได้ สีในดาหลาสามารถบำรุงคล้าย ๆ อัญชัญ นอกจากข้าวยำแล้ว สิ่งหนึ่งที่คนทำข้าวยำอร่อย ๆ ควรจะมีเครื่องดื่มดาหลาอร่อย ๆ ขึ้นมาได้ด้วย”

บทความแนะนำ

ประสบการณ์งานพันธุกรรมและการขับเคลื่อนทางนโยบาย โดย รศ.ดร.ร่วมจิตร นกเขา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์